กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เดินหน้า โอนเงินเบี้ยงเลี้ยงตรงให้กับนักกีฬา เริ่มที่นักกีฬากรุงเทพมหานคร ลุยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์ “

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เดินหน้า โอนเงินเบี้ยงเลี้ยงตรงให้กับนักกีฬา เริ่มที่นักกีฬากรุงเทพมหานคร ลุยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์ “
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการแถลงข่าวโดยการจ่ายเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมโดยการโอนตรงให้นักกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” ระหว่างวันที่ 7-17 พฤษฎาคม 2569 เป็นรายการแรกที่่จะโอนเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมตรงให้กับนักกีฬา
การนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายถิรชัย วุฒิธรรม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร, พล.อ. ดร.สุภมนัส ภารพบ กรรมการบริหารกองทุนฯ ,นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก
รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา,นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์ ที่ปรึกษาด้านงบประมาณกองทุนฯ,นายประวิทย์ เมตตา ผู้อำนวยการฝ่ายการคลังกองทุน, นายเกื้อ ชูศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาภูมิภาค ,นายนรินทร์ จารุจำรัส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่มธุรกิจภาครัฐ 2 สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย และนายธีรจิตต์ พืชมงคล
ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้บริหารฝ่าย ฝ่ายราชการสัมพันธ์ 3 ธนาคารกรุงไทย
ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนฯ มีเป้าหมายให้นักกีฬาได้รับเบี้ยเลี้ยงอย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นขวัญกำลังใจในการแข่งขัน โดยเลือกกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากมีจำนวนนักกีฬาเข้าร่วมมากที่สุด นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากธนาคารกรุงไทยในการพัฒนาระบบโอนเงินตรง ซึ่งสามารถรองรับนักกีฬาในรายการกีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬาแห่งชาติ และนักกีฬาทีมชาติไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า “ภายหลังการรับฟังปัญหาอย่างต่อเนื่อง ได้มีการหารือร่วมกับผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยและผู้จัดการกองทุน ฯ ถึงสาเหตุและแนวทางแก้ไข จึงได้กำหนดแนวทางดูแลนักกีฬาหลังจบการแข่งขันให้ชัดเจน โดยได้มอบนโยบายให้กำหนดกรอบระยะเวลาในการจ่ายเงินรางวัลที่แน่นอน และดำเนินการ “จ่ายตรงถึงนักกีฬา” ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่าสามารถสร้างขวัญกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาได้อย่างเป็นรูปธรรม
“เราได้ทบทวนหลักเกณฑ์การใช้เงินกองทุน โดยยึดหลักว่างบประมาณต้องมุ่งดูแลนักกีฬาเป็นสำคัญ แม้จะมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างบ้าง แต่ยืนยันว่าการดำเนินการยึดโจทย์หลักคือ “ความรวดเร็ว” และ “ส่งตรงถึงมือนักกีฬา”
“ทางคณะกรรมการบริหารกองทุนมีมติให้พัฒนาระบบโอนเงินตรงสู่นักกีฬา โดยเริ่มนำร่องในมหกรรมกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และมหกรรมเอเชียนบีชเกมส์ พร้อมทั้งจัดให้มีการติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการแข่งขัน เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงต่อไป”
”สุดท้าย การกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนฯ มีความพร้อมในการผลักดันระบบดังกล่าวให้เกิดความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อนักกีฬา ผมต้องขอบคุณธนาคารกรุงไทยที่ให้การสนับสนุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวก ลดขั้นตอน และเสริมความโปร่งใสในกระบวนการดำเนินงาน”
ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า“ เมื่อเราได้รับนโยบายที่ชัดเจนคือ “รวดเร็ว” และ “ส่งตรงถึงมือนักกีฬา” จึงต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะผู้เก็บรักษาเงิน ,กองทุนในฐานะผู้วางระบบ และสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ โดยมีการปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการโอนเงินและการลดขั้นตอนเอกสาร พร้อมยืนยันว่าทุกกระบวนการเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง“
”ในด้านการเบิกจ่าย เงินรางวัลสามารถดำเนินการได้ภายในประมาณ 1 สัปดาห์หลังจบการแข่งขัน ขณะที่เบี้ยเลี้ยง เมื่อเอกสารครบถ้วนและใช้ระบบดิจิทัลแล้ว จะสามารถจ่ายได้ภายใน 3–7 วัน “
”ขณะเดียวกัน บทบาทการตรวจสอบยังคงเป็น
หน้าที่ของสมาคมกีฬา ทั้งด้านคุณสมบัติ การฝึกซ้อม และระเบียบวินัย โดยเมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว จะดำเนินการโอนเงินตรงถึงนักกีฬา“
”ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นระบบที่มีการใช้ในระดับสากล และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านกีฬาได้อย่างเป็นรูปธรรม“
ขณะที่ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนฯ ระบุว่า“จากนโยบายท่านรัฐมนตรีฯ ที่ต้องการให้มี “ความรวดเร็ว” และ “ส่งตรงถึงมือนักกีฬา” ทำให้เรานำกลับมาทบทวนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคืออะไร และจะปรับปรุงอย่างไรให้ตอบโจทย์ได้จริง โดยตัวอย่างที่เห็นชัด คือกระบวนการของสมาคมกีฬาจังหวัด ซึ่งต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่ระดับจังหวัด ไปจนถึงฝ่ายการเงินของกองทุน กว่าจะสามารถเบิกจ่ายเงินได้ ทำให้เกิดความล่าช้าในทางปฏิบัติ”
“อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “ความท้าทาย” ที่ต้องปรับระบบให้ดีขึ้น แม้จะมีทั้งเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เจตนาหลักคือการทำให้สิทธิ์และเงินสนับสนุนไปถึงนักกีฬาโดยตรง โดยตั้งเป้าว่าไม่ควรล่าช้าเกิน 5 วันในแต่ละรอบการจ่าย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้นักกีฬาได้มุ่งมั่นทำหน้าที่ สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด ก้าวสู่ระดับชาติ และต่อยอดสู่เวทีนานาชาติ”
“ในระยะแรก จะนำร่องใน 2 รายการ ได้แก่ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ และการแข่งขันเอเชียนบีชเกมส์หลังจากดำเนินการแล้ว จะมีการติดตามและประเมินผล เพื่อนำมาพิจารณาทิศทางในระยะต่อไป ส่วนตัวเห็นว่าแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะช่วยลดภาระของทุกภาคส่วน ทั้งในด้านขั้นตอน ระยะเวลา และเอกสาร ทำให้ระบบมีความคล่องตัวมากขึ้น และขอยืนยันว่า เรามีความพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเต็มที่”
สำหรับ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” จะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 7-17 พฤษภาคม 2569 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี