เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. พล.อ.ดร.สุภมนัส ภารพบ กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการกองทุนฯ พร้อมด้วย ดร.ปัญญา หาญลำยวง อนุกรรมการฯ และ พล.อ.อ.วรชาติ ฟองชล อนุกรรมการฯ ลงพื้นที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามความพร้อมและเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬาเทควันโดคนพิการทีมชาติไทย และทีมมวยสากลทีมชาติไทย ในการเตรียมความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน Asian Games และ Asian Para Games 2026 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น
จุดแรก คณะฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจนักกีฬา เทควันโดคนพิการทีมชาติไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ณ ห้อง 257 สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยมีผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ร่วมถ่ายทอดเทคนิคและติวเข้มอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับศักยภาพและเตรียมความพร้อมของนักกีฬาให้ดีที่สุดก่อนเข้าสู่การแข่งขัน
สำหรับนักกีฬาเทควันโดคนพิการทีมชาติไทย สามารถคว้าโควตาเข้าร่วมการแข่งขันได้จำนวน 4 คน โดยมีนักกีฬาจากประเทศอิหร่านเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ติดตามรูปแบบการฝึกซ้อม สภาพความพร้อมของนักกีฬา รวมถึงรับฟังข้อมูลจากผู้ฝึกสอนและทีมงาน เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการติดตามและสนับสนุนการเตรียมทีมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โอกาสนี้ พล.อ.ดร.สุภมนัส ภารพบ ได้กล่าวให้กำลังใจนักกีฬาและทีมผู้ฝึกสอน พร้อมอวยพรให้นักกีฬาทุกคนตั้งใจฝึกซ้อม มีความมุ่งมั่น และนำศักยภาพที่เตรียมมาอย่างเต็มที่ไปใช้ในการแข่งขัน พร้อมขอให้ประสบความสำเร็จและสร้างผลงานที่ดีให้กับประเทศไทย
จากนั้น คณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปติดตามความพร้อมของ ทีมมวยสากลทีมชาติไทย โดยมี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และรองประธานสมาพันธ์มวยสากลแห่งทวีปเอเชีย (ASBC) พร้อมด้วย ดร.ประชุม บุญเทียม กรรมการบริหารและรองเลขาธิการสมาคมฯ ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ฝึกกีฬามวยสากลมาตรฐานระดับสากล
คณะฯ ได้ติดตามการฝึกซ้อมและรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม รวมถึงปัญหาและอุปสรรคของนักกีฬาและทีมงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการติดตามผลการดำเนินโครงการของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนำไปสู่การสนับสนุนที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของนักกีฬาและทีมงานต่อไป
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการกองทุนฯ ในการติดตามการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากสมาคมกีฬา เพื่อให้การสนับสนุนของกองทุนฯ เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งเสริมให้นักกีฬาไทยมีความพร้อมเต็มศักยภาพในการทำหน้าที่บนเวทีระดับนานาชาติ






