นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และในฐานะรองประธานบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แถลงข่าวเปิดโครงการ “ไพรม์ มินิสเตอร์ส ยูธ คัพ (Prime Minister’s Youth Cup)” อย่างเป็นทางการ เดินหน้าสร้างเวทีและโอกาสให้เยาวชนไทยได้พัฒนาศักยภาพด้านกีฬาอย่างทั่วถึง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ภูมิภาค จนถึงระดับชาติ พร้อมย้ำหัวใจสำคัญของโครงการคือ “ความต่อเนื่อง” เพื่อสร้างฐานนักกีฬาคุณภาพตั้งแต่ระดับเยาวชน และต่อยอดสู่กีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพในอนาคต
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการวางรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับระบบนิเวศการกีฬาของประเทศไทย โดยรัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กีฬา มีคุณค่ามากกว่าเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะ หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากร เสริมสร้างความเท่าเทียมทางโอกาส และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วประเทศได้พัฒนาศักยภาพของตนเองไปสู่ระดับสากล
โครงการกีฬาในครั้งนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการกีฬาไปสู่เยาวชน โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศ ทั้ง 77 จังหวัด 878 อำเภอ และ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อแสดงทักษะ พรสวรรค์ และศักยภาพของตนเอง และต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติในอนาคต
ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดการบูรณาการและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้เกิดขึ้นจริง
สิ่งสำคัญของโครงการไม่ใช่เพียงการเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงการแข่งขัน แต่ต้องทำให้เกิด “ความต่อเนื่อง” เพราะการพัฒนาเยาวชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว โดยรัฐบาลมีแนวทางผลักดันให้โครงการเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก เพื่อให้การสร้างโอกาสและการพัฒนาศักยภาพเยาวชนเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ในอนาคตจะมีการพิจารณาเพิ่มประเภทกีฬาและรุ่นการแข่งขันให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายโอกาสให้เยาวชนในวงกว้าง เพราะการพัฒนาเยาวชนอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง คือหัวใจสำคัญของการพัฒนากีฬา ทั้งเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ“
สุดท้ายผมให้กำลังใจเยาวชนและนักกีฬาไทยทุกคน ขอให้มุ่งมั่น ทุ่มเท แข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬา และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการแข่งขัน เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองและขับเคลื่อนความฝันต่อไป พร้อมเชื่อมั่นว่า เด็กที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ในสนามเล็ก ๆ ของอำเภอหนึ่งในวันนี้ สามารถเติบโตขึ้นเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติในวันข้างหน้า หากได้รับโอกาสทางกีฬาที่เท่าเทียมและเหมาะสม เพราะทุกความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมเริ่มต้นจากก้าวแรกที่แข็งแกร่งเสมอ”



