เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีส่งมอบสนามกีฬา อุปกรณ์กีฬา และสิ่งของจำเป็น ภายใต้โครงการสนับสนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายผ่านกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
โอกาสนี้ มี พล.ท.วรพรต แก้ววิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม ,พล.ต เฉลิม สีเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม,นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ,พล.ท.ปิยะพณห์ ฐิตวัฒนานนท์ แม่ทัพน้อยที่ 2 และ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี เพื่อร่วมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลผ่านกิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกาย
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยว่า“ผมเชื่อมั่นเสมอว่า ความมั่นคงของชาติไม่ได้เริ่มต้นจากอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการสร้างคน สร้างโอกาส และสร้างการศึกษาให้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของแผ่นดินไทย นั่นคือรากฐานที่แท้จริงของความมั่นคงของประเทศผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เพราะผมเชื่อว่า “เด็ก” คือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราทุกคนต้องช่วยกันดูแล ผมทำงานอยู่ในพื้นที่ชายแดนมานาน เห็นเด็ก ๆ ลูกหลานของเราหลายคนที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา บางคนไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งในโลกปัจจุบันเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้ เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษา และควบคู่ไปกับการได้รับโอกาสทางด้านกีฬา โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไม่ได้เป็นเพียงสถานศึกษาที่ให้ความรู้เท่านั้น แต่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาคน เป็นสถานที่สร้างโอกาส สร้างอนาคต และสร้างความหวังให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไม่เคยทอดทิ้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมโรงเรียนทุกปี เพื่อติดตามการศึกษา การดูแลสุขภาพ และความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิด วันนี้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้เข้ามาเติมเต็มในเรื่องของกีฬา ทั้งการสนับสนุนสนามกีฬา อุปกรณ์กีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้เด็กที่รักกีฬาได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเอง เด็กที่ชอบเรียนก็ขอให้ตั้งใจเรียน เด็กที่ชอบกีฬาก็ขอให้พัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง ผมเชื่อว่าการสนับสนุนของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ แต่จะมีกิจกรรมดี ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ขอขอบคุณคณะครูตำรวจตระเวนชายแดนทุกท่าน ที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ท่านไม่ได้เป็นเพียงครู แต่เป็นผู้ดูแล เป็นที่พึ่ง และเป็นผู้สร้างอนาคตให้กับเด็ก ๆ ในพื้นที่ชายแดน โรงเรียนแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาคนและเป็นแหล่งสร้างความหวังของชุมชน
ขอขอบคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่จัดโครงการ “โรงเรียนแห่งความรู้ สุขศาลาแห่งความหวัง” ขึ้น เพราะเป็นโครงการที่สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคต ซึ่งเป็นหน้าที่ที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกันผลักดัน ผมขอฝากถึงเด็ก ๆ ทุกคนว่า อย่าทิ้งการเรียน เพราะการศึกษาคือพื้นฐานสำคัญของชีวิต ขณะเดียวกัน หากใครมีความฝันด้านกีฬา ก็ขอให้ตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่ ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันต้อนรับและสนับสนุนโครงการในวันนี้ ผมยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนการสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่ตามกำลังความสามารถ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนมีอนาคตที่ดีต่อไป”
ด้าน พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า“เยาวชนในพื้นที่ชายแดนถือเป็นผู้ได้รับโอกาสสำคัญจากความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยเฉพาะกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่เห็นความสำคัญของการกีฬาในฐานะเครื่องมือสร้างสุขภาพ ความสุข และเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถด้านกีฬาได้ต่อยอดสู่การศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต นอกจากนี้ โครงการยังเป็นการต่อยอดภารกิจของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชน ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยกองทุนฯ ได้เข้ามาเติมเต็มด้านโครงสร้างพื้นฐาน สนามกีฬา และอุปกรณ์กีฬา เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล สุดท้ายต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ว่าราชการจังหวัด กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ร่วมกันผลักดันโครงการครั้งนี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป“
ขณะที่ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวว่า“กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเป็นแหล่งทุนสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาของประเทศ ตั้งแต่ระดับรากฐานจนถึงระดับชาติ โดยมุ่งสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการกีฬาอย่างเท่าเทียม
กองทุนฯ จึงร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ดำเนินโครงการ “โรงเรียนแห่งความรู้ สุขศาลาแห่งความหวัง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในปีแรก โครงการมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา ฟื้นฟูสนามกีฬา และมอบอุปกรณ์กีฬา อาทิ สนามเปตอง สนามวอลเลย์บอล สนามมวย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล
การดำเนินโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ จุดประกายความฝัน สร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดน กองทุนฯ เชื่อว่าการลงทุนด้านกีฬาในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชนไทย และพร้อมเดินหน้าต่อยอดโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางการกีฬาอย่างทั่วถึง”
ทั้งนี้ โครงการ “โรงเรียนแห่งความรู้ สุขศาลาแห่งความหวัง ดำเนินการสู่ปีที่ 2 เป็นความร่วมมือระหว่างกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนกับชุมชนโดยรอบ ผ่านการส่งเสริมการเข้าถึงกิจกรรมทางกีฬาและการออกกำลังกายอย่างทั่วถึงและยั่งยืน






