เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ,กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ,คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาแห่งชาติ เพื่อกำหนดแนวทางการส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ ประเทศเซเนกัล โดยมีเป้าหมายให้การเตรียมความพร้อมและการส่งนักกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน
โอกาสนี้มีนาย นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์ ตัวแทนสมาคมกีฬา สื่อมวลชน เข้าร่วม
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “จากประเด็นข่าวสารที่สมาคมกีฬาต่าง ๆ มีความกังวลเรื่องการลดจำนวนนักกีฬา หรือการตัดงบประมาณนั้น ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วง จึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยในครั้ง ต่อไปนี้เราจะต้องหารือร่วมกันระหว่างสมาคมกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารงบประมาณและการพัฒนากีฬาให้มีความชัดเจน เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถวางแผนได้อย่างต่อเนื่อง
จากการหารือร่วมกัน เราพบว่ามีหลายประเด็นที่ต้องกำหนดรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละสมาคมได้รับการสนับสนุนแตกต่างกัน ดังนั้น จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์กลางที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกำหนดตัวชี้วัด (KPI) และแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ชัดเจน เพื่อให้การสนับสนุนสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของแต่ละสมาคม ต่อจากนี้ เราจะร่วมกันวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้ทุกฝ่ายทราบหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณของแต่ละปีอย่างชัดเจน สมาคมกีฬาจะสามารถวางแผนพัฒนานักกีฬา จัดการแข่งขัน และดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับงบประมาณสนับสนุนการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ วงเงินจำนวน 131 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
ขณะเดียวกันยังมีอีก 3 สมาคมกีฬา ที่ผ่านหลักเกณฑ์และมีสิทธิ์ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มเติม ซึ่งกองทุนและ กกท. ได้รับทราบข้อมูลแล้ว และได้ยืนยันต่อคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยว่า นักกีฬาและสมาคมกีฬาทุกแห่งที่ผ่านหลักเกณฑ์จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างครบถ้วน
ผมขอยืนยันว่า จะไม่มีการตัดสิทธิ์ ลดจำนวน หรือตัดนักกีฬา นักกีฬาทุกคนที่ผ่านหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ จะได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ที่พัก และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์เดิมที่ทุกฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้
อีกประเด็นหนึ่งที่ได้หารือร่วมกัน คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันรายการยูธโอลิมปิคเกมส์ ที่ประเทศเซเนกกัล ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม โดยเป็นช่วงคาบเกี่ยวของปีงบประมาณ 2569 และ 2570
แม้จะเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างสองปีงบประมาณ แต่การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ยืนยันว่า ได้จัดเตรียมงบประมาณปี 2570 รองรับไว้ครบถ้วนแล้ว ทั้งในส่วนของการเตรียมทีมและการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมทั้งให้แต่ละสมาคมเร่งจัดทำแผนการใช้งบประมาณให้ชัดเจนว่า ช่วงเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมจะดำเนินกิจกรรมใด เพื่อให้สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่า ทั้งปีงบประมาณ 2569 และ 2570 กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและ กกท. จะร่วมกันจัดหาแหล่งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการเตรียมทีมและการแข่งขันอย่างครบถ้วน เพื่อไม่ให้การดำเนินงานของสมาคมกีฬาและนักกีฬาได้รับผลกระทบ ในระยะยาว จะมีการปรับโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณให้กับสมาคมกีฬา เพื่อให้การพัฒนากีฬาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันวางแผนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ใช้งบประมาณและผู้บริหารงบประมาณมีข้อมูลตรงกัน ลดปัญหาการดำเนินงานที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาทุกแห่ง จะร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนากีฬาและการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับการพัฒนานักกีฬาไทยอย่างยั่งยืน
ในส่วนของการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมนั้น นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับการส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ และมอบหมายให้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเข้ามาสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 131 ล้านบาท เพื่อให้นักกีฬาทุกคนที่ผ่านหลักเกณฑ์ได้รับการสนับสนุนอย่างครบถ้วน
ส่วนอีก 3 สมาคมกีฬา ผ่านหลักเกณฑ์และมีสิทธิ์ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเพื่ออนุมัติการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมต่อไป โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะร่วมกันจัดหาแหล่งงบประมาณให้ครบถ้วน เพื่อให้นักกีฬาไทยทุกคนที่ผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเต็มที่''
ด้านนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า “โดยปกติที่ผ่านมาเราได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน ในการเตรียมนักกีฬาและการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหกรรมต่าง ๆ ในส่วนของการเตรียมนักกีฬา เป็นหน้าที่ของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งในปีงบประมาณนี้ กองทุนฯ ได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการเก็บตัวและเตรียมความพร้อมของนักกีฬาในช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายน เป็นวงเงินประมาณ 271 ล้านบาท และได้ดำเนินการสนับสนุนไปเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้จำเป็นต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้นักกีฬาไทยสามารถเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างครบถ้วน โดยในเบื้องต้นเป็นวงเงินประมาณ 131 ล้านบาท
ต่อมามีสมาคมกีฬาอีก 3 สมาคมที่เพิ่งผ่านหลักเกณฑ์และมีสิทธิ์ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเพิ่มเติม จึงเป็นที่มาของการหารือในวันนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยจะร่วมกันหาแหล่งงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนที่เพิ่มขึ้น จึงขอยืนยันว่า นักกีฬาทุกคนที่ผ่านหลักเกณฑ์จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างครบถ้วน และสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ตามสิทธิ์ที่กำหนดไว้”






