เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้แก่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย และผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting โดยมีนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม
ในการประชุมครั้งนี้ มีนายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา ในฐานะที่ปรึกษาอนุกรรมการปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดที่มีศักยภาพ, นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์ ที่ปรึกษาด้านงบประมาณกองทุนฯ และนายชนาสิน สิมะดำรงค์ รองผู้จัดการกองทุนฯ ฝ่ายการเงิน และผู้บริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด เข้าร่วม
นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า “หลักเกณฑ์ที่จัดทำขึ้นนี้มาจากแนวทางการจัดสรรของการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และอนุกรรมการศึกษาฯ โดยได้นำกรอบแนวทางเดิมมาปรับปรุงให้มีความทันสมัย เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมกำหนดแนวทางการจัดสรรแบบ การจัดกลุ่มสมาคมกีฬา เพื่อให้การสนับสนุนมีความเหมาะสมกับศักยภาพและความพร้อมของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง
ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากคณะอนุกรรมการศึกษาและสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และได้นำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์ในระดับหนึ่ง ก่อนส่งให้ทุกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดได้พิจารณาเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม การรับความเห็นในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญ ก่อนนำข้อสรุปเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการศึกษา และเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติต่อไป เพื่อให้หลักเกณฑ์มีความสมบูรณ์ โปร่งใส และสามารถนำไปใช้พัฒนากีฬาของประเทศได้ต่อไป”
ด้านนายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก กล่าวว่า “การจัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางโครงการรูปแบบใหม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้สมาคมกีฬาออกแบบโครงการได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ยังคงต้องอยู่ภายใต้ระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกต้อง โดยจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าหลายสมาคมยังมีข้อจำกัดในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันระดับจังหวัดและการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในการจัดสรรงบประมาณ ส่งผลให้การวางแผนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ดังนั้น การปรับหลักเกณฑ์ในครั้งนี้จึงมุ่งให้การสนับสนุนมีความคล่องตัว ตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับการเก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือก การกำหนดมาตรฐานการสนับสนุนที่เป็นธรรม และการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างจังหวัด รวมถึงการส่งเสริมให้ทุกสมาคมสามารถวางแผนพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านอุปกรณ์กีฬา บุคลากรวิทยาศาสตร์การกีฬา และการพัฒนาบุคลากร จะต้องมีความเชื่อมโยงกับแผนการฝึกซ้อมและการแข่งขันอย่างชัดเจน เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิผลสูงสุด”
ขณะที่นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์ ที่ปรึกษาด้านงบประมาณกองทุนฯ กล่าวถึงนโยบายภาพรวมว่า “นโยบายรัฐบาลกำหนดให้การจัดทำงบประมาณยึดหลัก Zero-based Budgeting โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า โดยไม่ยึดติดกับกรอบงบประมาณเดิม พร้อมบริหารงบประมาณจากทั้งงบประมาณแผ่นดินและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้สอดคล้องกัน
การดำเนินงานยังมุ่งขับเคลื่อนนโยบายกีฬา 4 ด้าน ได้แก่ Sport Health, Sport Wealth, Sport High Performance และ Sport Future เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ยกระดับศักยภาพกีฬา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในระบบกีฬา
สุดท้าย การพิจารณาจัดสรรงบประมาณยึดหลัก 4Es ได้แก่ Economy, Efficiency, Effectiveness และ Equity เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่า และความเป็นธรรมสูงสุด"
ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ยืนยันเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกสมาคมกีฬาอย่างต่อเนื่อง และจะนำข้อมูล ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนากีฬาของประเทศต่อไป






