กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จัดประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาฯ เดินหน้าปรับหลักเกณฑ์จัดสรรงบประมาณปี 2570 มุ่งยกระดับการสนับสนุนสมาคมกีฬา
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จัดการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษา ปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มชนิดกีฬาที่มีศักยภาพ และแนวทาง วิธีการ
เพื่อจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างมียุทธศาสตร์ เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้แก่สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม
พร้อมด้วย พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ นายณัฐวุฒิ เรืองเวส ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายอานันต์ เผือกพิบูลย์ ผู้แทนคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย
นายสันติ โหลทอง ผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ในคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ ผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย
พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล ผู้แทนสหพันธ์สมาคมกีฬา นายชนาสิน สิมะดำรงค์ รองผู้จัดการกองทุนฯ ฝ่ายการเงิน และนางสาวภิม นครศรี หัวหน้างานส่วนกองทุนกีฬา รักษาการแทนรองผู้จัดการกองทุนฯ ฝ่ายบริหาร เข้าร่วมการประชุม
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดสรรงบประมาณรูปแบบใหม่ โดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินตามนโยบาย Sport Plus
ซึ่งแบ่งการประเมินออกเป็น 4 มิติ รวม 100 คะแนน ได้แก่ ด้านความเป็นเลิศทางการกีฬา (Sport Excellence) ร้อยละ 35 ด้านการสร้างรากฐานกีฬา (Sport Future) ร้อยละ 30 ด้านความมั่นคงและธรรมาภิบาล (Sport Wealth) ร้อยละ 20 และด้านการส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน (Sport Health) ร้อยละ 15 เพื่อให้การประเมินสะท้อนศักยภาพของสมาคมกีฬาได้อย่างรอบด้าน พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดการให้คะแนนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชนิดกีฬา เพื่อให้การประเมินมีความเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
ในด้านการบริหารจัดการงบประมาณ ที่ประชุมได้หารือแนวทางนำระบบดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการเบิกจ่าย
เพื่อลดระยะเวลาดำเนินการและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ พร้อมปรับรูปแบบการกำกับติดตามจากการตรวจสอบเอกสารก่อนการเบิกจ่าย
ไปสู่การติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานของสมาคมกีฬา ควบคู่กับการรักษามาตรฐานด้านความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า “หลังจากที่คณะอนุกรรมการเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ในเบื้องต้น
กองทุนฯ จะจัดส่งรายละเอียดให้สมาคมกีฬาต่าง ๆ รับทราบล่วงหน้า เพื่อให้แต่ละสมาคมทราบระดับศักยภาพของตนเอง และเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและเอกสาร
ก่อนเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบอย่างเป็นทางการ
ภายหลังการเห็นชอบหลักเกณฑ์ ที่ประชุมจะดำเนินการจำแนกกลุ่มสมาคมกีฬาและจัดทำกรอบการจัดสรรงบประมาณในทันที เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด
สุดท้าย ต้องขอบคุณคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษาทุกท่านที่ได้ร่วมเสนอข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์
การปรับปรุงหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ ถือเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการกีฬาของชาติ
ที่จะช่วยยกระดับระบบการสนับสนุนสมาคมกีฬาให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และสามารถวางแผนพัฒนากีฬาไทยได้อย่างยั่งยืน“






