กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จัดประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์การจัดกลุ่มชนิดกีฬาที่มีศักยภาพ และแนวทาง วิธีการ เพื่อจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างมียุทธศาสตร์ เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้แก่สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
โดยมี นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ, นายณัฐวุฒิ เรืองเวศ ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.กิตติพงษ์ โพธิมู ผู้แทนคณะกรรมการพาราลิมปิคแห่งประเทศไทย, นายสันติ โหลทอง ผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ในคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ, นาวาอากาศเอก พิทักษ์ คำปิตะ ผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” ในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย,นายพรชลิต จุรารักษ์พงศ์ ผู้อำนวยการกองวิทยาศาสตร์การกีฬา และนายชนาสิน สิมะดำรงค์ รองผู้จัดการกองทุนฯ ฝ่ายการเงิน เข้าร่วมประชุม
สำหรับวาระสำคัญ ที่ประชุมได้พิจารณาการอุทธรณ์และทบทวนผลการประเมินการจัดกลุ่มชนิดกีฬาที่มีศักยภาพ ตามหลักเกณฑ์ของสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 9 สมาคม โดยผลการพิจารณาทบทวนพบว่า มี 2 สมาคมกีฬาได้รับการปรับเลื่อนกลุ่ม ขณะที่ อีก 7 สมาคมกีฬามีคะแนนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะปรับเลื่อนกลุ่ม
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการ ยังได้รับทราบผลการประเมินการจัดกลุ่มชนิดกีฬาที่มีศักยภาพตามหลักเกณฑ์ จำนวน 69 สมาคมกีฬา สำหรับสมาคมกีฬาที่มีนักกีฬาปกติ โดยมีสมาคมกีฬาที่อยู่ในเกณฑ์การจัดสรรตามกฎหมายว่าด้วยกีฬาอาชีพ จำนวน 1 สมาคม และสมาคมกีฬาที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยกีฬามวย จำนวน 1 สมาคม ซึ่ง ไม่อยู่ในกรอบการจัดสรรงบประมาณตามแผนที่ 2
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้มอบหมายให้ สำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แจ้งผลการประเมินให้สมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องทราบอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดโอกาสให้สมาคมกีฬาที่ประสงค์จะอุทธรณ์ผลการประเมิน สามารถยื่นอุทธรณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ภายในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เพื่อให้สำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติรวบรวมข้อมูลและนำเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาต่อไป
ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมการฯ ได้มอบหมายให้ สำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ดำเนินการติดตามและประสานสมาคมกีฬา จำนวน 9 สมาคม ที่ยังไม่ได้จัดส่งเอกสารประกอบการพิจารณา โดยให้สมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องจัดส่งเอกสารให้ครบถ้วน ภายในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เช่นกัน หากไม่ส่งเอกสาร จะถือว่าสมาคมกีฬานั้นไม่ประสงค์ขอรับการสนับสนุน
สำหรับสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” (กีฬาคนปกติ) แบ่งการจัดสรรตามระดับศักยภาพออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ศักยภาพสูงมาก
จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 35 ล้านบาท ต่อสมาคม
กลุ่มที่ 2 ศักยภาพสูง
จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 17.5 ล้านบาท ต่อสมาคม
กลุ่มที่ 3 ศักยภาพสูงปานกลาง
จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 8 ล้านบาท ต่อสมาคม
กลุ่มที่ 4 ศักยภาพกำลังพัฒนา
จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ต่อสมาคม
สำหรับสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” (กีฬาคนพิการ) แบ่งการจัดสรรออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ศักยภาพสูงมาก จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 14 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา
กลุ่มที่ 2 ศักยภาพสูง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 8 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา
กลุ่มที่ 3 ศักยภาพสูงปานกลาง จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา
กลุ่มที่ 4 ศักยภาพกำลังพัฒนา จัดสรรงบประมาณสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท ต่อชนิดกีฬา






