พล.อ.ดร.สุภมนัส ภารพบ กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.อ.อ.วรชาติ ฟองชล อนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการฯ ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เพื่อติดตามผลการดำเนินโครงการและเยี่ยมชมการแข่งขันตะกร้อรายการ ISTAF World Sepaktakraw Championship 2026 – The 39th Thai King’s Cup
โดยมี นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ เลขาธิการสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ร่วมให้การต้อนรับ
สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ นักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยส่วนใหญ่เป็นนักกีฬาที่อยู่ในชุดเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยการแข่งขันตะกร้อชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 39 ถือเป็นเวทีสำคัญในการทดสอบศักยภาพและเตรียมความพร้อมของนักกีฬา ก่อนเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติที่สำคัญต่อไป
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญ นายกำพล ตันกิมหยง ที่ปรึกษาของคณะผู้ฝึกสอน ร่วมให้ข้อมูลและชี้แจงแนวทางการจัดทีม โดยการแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นการทดลองจัดทีมและวางตัวผู้เล่นที่มุ่งเน้นไปยังการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เป็นหลัก เปรียบเสมือนการ “ซ้อมใหญ่” เพื่อให้ทีมผู้ฝึกสอนได้ทดสอบระบบการเล่น การประสานงานของผู้เล่น รวมถึงวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของนักกีฬา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนและเตรียมทีมให้มีความพร้อมสูงสุดก่อนเข้าสู่การแข่งขันเอเชียนเกมส์
ในการแข่งขันประเภททีมหญิง ทีมตะกร้อหญิงทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะทีมชาติเวียดนาม 2-0 ทีม คว้าแชมป์ตะกร้อชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 39 และเป็นการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 27 ติดต่อกัน สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการกีฬาตะกร้อไทย
สำหรับนักกีฬาทีมไทยที่ลงแข่งขัน ประกอบด้วย นิภาภรณ์ สลุบพล ตำแหน่งตัวเสิร์ฟ, มัสยา ดวงศรี ตำแหน่งตัวชง และ วิไลวรรณ โคตรพรม ในทีมไทย เอ ขณะที่ทีมไทย บี นำโดย วิภาดา จิตพรวน ตำแหน่งตัวเสิร์ฟ, ปภาณิน สีหานอก ตำแหน่งตัวชง และ สมฤดี ปรือปรัก ตำแหน่งตัวทำ ซึ่งทั้งหมดร่วมกันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าชัยเหนือทีมสาวเวียดนามได้สำเร็จ
โดยทีมไทย เอ เอาชนะทีมเวียดนาม เอ 2-0 เซต ด้วยคะแนน 15-7 และ 17-14 ขณะที่ทีมไทย บี เอาชนะทีมเวียดนาม บี 2-0 เซต เช่นกัน ด้วยคะแนน 15-12 และ 15-11
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทย ขณะเดียวกัน การแข่งขันยังเป็นโอกาสสำคัญในการเก็บข้อมูลและประเมินศักยภาพของนักกีฬาแต่ละราย เพื่อนำไปพัฒนารูปแบบการเล่นและปรับแผนการจัดทีมให้เหมาะสมสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น ต่อไป






