พล.อ.ดร.สุภมนัส ภารพบ กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เตรียมนำแนวทางการติดตามและประเมินผลเชิงรุก (Active Monitoring Model) มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการกำกับ ติดตาม และประเมินผลโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ให้เป็นไปอย่างมีระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนากีฬาไทย ภายหลังรายงานแนวทางดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569
แนวทางดังกล่าวมุ่งปรับเปลี่ยนบทบาทการติดตามและประเมินผล จากเดิมที่เน้นการรับทราบรายงานผลภายหลังสิ้นสุดโครงการ ไปสู่การติดตามเชิงรุกตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม การให้ข้อเสนอแนะ และการสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถติดตามความก้าวหน้า วิเคราะห์ปัญหา และกำหนดแนวทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงที อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ
ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้รูปแบบ Active Monitoring Model จะมุ่งเน้นภารกิจสำคัญ 4 มิติ ประกอบด้วย
1. ด้านการบริหารงบประมาณและโครงการอย่างคุ้มค่า มุ่งเน้นการตรวจสอบ กำกับดูแล และลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ตลอดจนการใช้จ่ายเงินอุดหนุนและงบประมาณอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นไปตามแผนงาน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2. ด้านการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ให้ความสำคัญกับการติดตามและประเมินผลการฝึกซ้อม การพัฒนาสมรรถภาพทางกาย และความพร้อมของนักกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถและสร้างความพร้อมในทุกมิติก่อนเข้าสู่การแข่งขัน ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
3. ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ส่งเสริมการนำองค์ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ ทั้งการประเมินสมรรถภาพ การฟื้นฟูร่างกาย และการติดตามผลการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน
4. ด้านการเฝ้าระวังและป้องกันการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา (DCAT) มุ่งเน้นการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา เพื่อพัฒนาระบบติดตาม เฝ้าระวัง และสนับสนุนการสุ่มตรวจสารต้องห้ามเชิงรุกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ลดความเสี่ยงจากการใช้สารต้องห้าม ส่งเสริมการแข่งขันกีฬาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน คณะอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการฯ จะให้ความสำคัญกับการติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมาคมกีฬาที่ได้รับการสนับสนุน พร้อมนำข้อมูลจากการติดตามและประเมินผลมาวิเคราะห์ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวถือเป็นการยกระดับกระบวนการติดตามและประเมินผลของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จากการติดตามผลภายหลังการดำเนินงาน ไปสู่การกำกับดูแลเชิงรุกที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน เพื่อให้การจัดสรรและใช้จ่ายงบประมาณเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา การยกระดับมาตรฐานการกีฬา และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบกีฬาไทยในระยะยาว
