วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 20.00 น. ณ เวทีมวยชั่วคราวทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการแข่งขันมวยไทยรายการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” (Authentic Muaythai) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน นายพิสิษฐ์ชัย อภัยปิยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ,นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการฯ ฝ่ายส่งเสริมกีฬา,นางสาวศมจรส มิ่งคำเลิศ รองผู้ว่าการฯ ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ,นายมนตรี หาญใจ กรรมการบริหารกองทุนฯ, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ฝึกสอน ประชาชน เข้าร่วม
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “มวยไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ สะท้อนศิลปะการต่อสู้และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ได้รับการสืบสานจนเป็นกีฬาที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็น Soft Power สำคัญที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่นักกีฬา หัวหน้าค่าย และผู้ฝึกสอน ตลอดจนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย
การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงความสามารถของนักกีฬา แต่ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาเยาวชนให้มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมส่งเสริมให้นักมวยไทยรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ที่มุ่งผลักดันมวยไทยจากระดับชุมชนและท้องถิ่นสู่เวทีระดับสากลอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ การแข่งขันครั้งนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญตราสัญลักษณ์โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปประดิษฐานบนถ้วยรางวัล เหรียญรางวัล และประกาศนียบัตร เพื่อมอบให้แก่นักกีฬา นับเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน ต้องขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดอุดรธานี กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตลอดจนผู้ฝึกสอน หัวหน้าค่าย โปรโมเตอร์ และทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดการแข่งขันและส่งเสริมนักกีฬาเยาวชนให้ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมอวยพรให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จ เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง และร่วมกันสืบสานมวยไทยให้เติบโตอย่างภาคภูมิบนเวทีโลกต่อไป”






