นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันรายการ “มวยไทยรากหญ้าสู่สากล ซีซั่น 4” รอบรองชนะเลิศระดับประเทศ ณ เวทีมวยชั่วคราวเทศบาลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าส่งเสริมมวยไทยจากระดับรากหญ้า เปิดพื้นที่ให้นักมวยรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในระดับประเทศและนานาชาติ
ภายในงานมี พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร, นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่, นายณฐกร ภัทรวนนท์ นายอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่, นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา, นายมนตรี หาญใจ กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ และ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ และนักกีฬา เข้าร่วม
การแข่งขัน “มวยไทยรากหญ้าสู่สากล ซีซั่น 4” เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย โดยมีกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้การสนับสนุนงบประมาณ มีเป้าหมายในการพัฒนานักมวยตั้งแต่ระดับพื้นฐาน สร้างโอกาสในการแข่งขัน และส่งเสริมให้มวยไทยสามารถพัฒนาสู่เวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ กล่าวว่า โครงการ “ศึกมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาวงการมวยไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระดับรากหญ้าสู่เวทีระดับสากล เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักมวยไทยรุ่นใหม่ รวมถึงเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในวงการมวยอย่างมั่นคง
“มวยไทยถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทย และสะท้อนถึงภูมิปัญญาและศิลปะการต่อสู้ของบรรพบุรุษที่ได้รับการสืบสานและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ”
นายนเรศกล่าวว่า การแข่งขันในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีสำหรับแสดงฝีมือของนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการหล่อหลอมเยาวชนให้มีความเข้มแข็งทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีระเบียบวินัย และยึดมั่นในจิตวิญญาณของนักกีฬา เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านเกียรติยศ ชื่อเสียง และอนาคตในเส้นทางกีฬา
การจัดการแข่งขันที่จังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการนำ “มวยไทยจากรากหญ้า” ไปสู่โอกาสที่กว้างขึ้น โดยใช้การแข่งขันเป็นพื้นที่ในการค้นหา พัฒนา และผลักดันนักมวยรุ่นใหม่ให้มีประสบการณ์ พร้อมก้าวต่อไปสู่เวทีที่สูงขึ้น และร่วมกันสืบสานมวยไทยในฐานะศิลปะการต่อสู้และมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล






