เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดพิธีส่งมอบสนามกีฬา อุปกรณ์กีฬา และสิ่งของจำเป็น ภายใต้โครงการสนับสนุนและเสริมสร้างการตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายผ่านกิจกรรมหรือบริการทางการกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในชื่อโครงการ “โรงเรียนแห่งความรู้ สุขศาลาแห่งความหวัง” ปีที่ 2 ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านดอยล้าน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสนามกีฬาแห่งที่ 10 และเป็นแห่งสุดท้ายของการดำเนินโครงการในปีที่ 2
โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ,นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ,พ.อ.สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ,นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ กรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ,นายมนตรี หาญใจ กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ,พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 ,นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและกงสุลกิตติมศักดิ์ฮังการี ณ จังหวัดภูเก็ต ,ว่าที่ พ.ต.อ.รัฐกร อินทนิล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 ,นางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย ,นายดาม ศรีจันทร์ และโสรยา พรมหล้า นักกีฬาวอลเลย์บอล พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม
พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เผยว่า “ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมและขอขอบคุณคุณครูทุกท่าน โดยเฉพาะครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่เสียสละและทุ่มเททำงานเพื่อเด็ก ๆ อย่างไม่ย่อท้อ พวกเราทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้กับเยาวชน ต้องขอขอบคุณที่ร่วมกันผลักดันโครงการนี้จนเดินทางมาถึงแห่งที่ 10 ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ซึ่งผมมีโอกาสได้มาร่วมทุกครั้ง
สนามกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นผลจากความตั้งใจของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการพัฒนาให้กับเยาวชน
จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญยิ่ง ทั้งในด้านประวัติศาสตร์และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้เป็นพิเศษ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการที่ผมได้มีโอกาสร่วมผลักดันตั้งแต่ครั้งแรก
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไม่ได้เป็นเพียงสถานศึกษา แต่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็นที่พึ่งของชุมชน และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และสนามกีฬาแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เปิดทางให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพด้านกีฬา ก้าวสู่การเป็นนักกีฬาในระดับที่สูงขึ้น เพราะกีฬาไม่เพียงสร้างสุขภาพที่ดี แต่ยังสร้างวินัย สร้างโอกาส และสร้างอนาคตของประเทศ
สุดท้าย ผมขอกราบขอบพระคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่เล็งเห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล และสนับสนุนงบประมาณให้โครงการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีต่อ ๆ ไป จะสามารถขยายโอกาสไปสู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอีกหลายแห่งทั่วประเทศ ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จะร่วมกันดูแล รักษา ต่อยอดสนามกีฬาและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับมอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนอย่างคุ้มค่า และร่วมกันสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้กับเยาวชนไทยต่อไป“
ด้านนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า “ในนามกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมจัดกิจกรรม โครงการ CSR “โรงเรียนแห่งความรู้ สุขศาลาแห่งความหวัง” ปีที่ 2 ณ โรงเรียนแห่งนี้โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจร่วมกันของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ต้องการสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงการศึกษา การออกกำลังกาย และกิจกรรมกีฬาที่มีคุณภาพและปลอดภัย อันเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นแหล่งทุนสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนากีฬาของประเทศ ตั้งแต่ระดับเยาวชน ระดับรากหญ้า ไปจนถึงระดับชาติและนานาชาติ โดยเราเชื่อมั่นว่าเด็กและเยาวชนทุกคนควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศจากความสำเร็จของโครงการในปีแรก ทำให้เราเดินหน้าสานต่อสู่ปีที่ 2 และมีความตั้งใจที่จะขยายโครงการให้ครอบคลุมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพื่อให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง
การดำเนินโครงการไม่ได้เป็นเพียงการส่งมอบอุปกรณ์กีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงสนามกีฬา พัฒนาภูมิทัศน์ และสร้างพื้นที่ออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยและพร้อมใช้งาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสด้านกีฬา
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ เชื่อว่าความฝันสามารถเป็นจริงได้ ดังเช่นนักกีฬาทีมชาติไทยหลายคนที่เติบโตจากพื้นที่ห่างไกล และสามารถพัฒนาตนเองจนสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หากได้รับโอกาสที่เหมาะสม เด็กทุกคนย่อมมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จได้ ดังนั้น การส่งมอบสนามกีฬาและอุปกรณ์กีฬาในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของ แต่เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว เป็นการสร้างโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างอนาคตให้กับประเทศ
สุดท้ายนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าขยายโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ การเล่นกีฬา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง และขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการสานต่อโครงการนี้ให้เติบโตและสร้างประโยชน์แก่เด็กไทยต่อไป”
ขณะที่ พ.อ. สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า“ การส่งเสริมการศึกษา สุขภาพ และการกีฬา ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีบทบาทมากกว่าการให้ความรู้ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างอนาคตให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล การที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาโรงเรียนแห่งนี้ จึงเปรียบเสมือนการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ นอกจากนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายมา ให้ผมมาถ่ายทอดความรู้สึกว่า “เราต้องเริ่มจากการสร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคตให้กับเด็กและเยาวชนของประเทศ เพราะนี่คือรากฐานของความมั่นคงที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”
ส่วนโอกาสที่เด็กและเยาวชนได้รับในวันนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ หรือเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต ผมต้องขอบคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้น และขอให้เยาวชนทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ใช้กีฬาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง เติบโตเป็นคนดีของสังคม และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป“
สุดท้าย นายธรรมวรรธ วงศ์เจริญยศ กรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า “ผมรู้สึกยินดีและประทับใจที่ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ผมชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ได้รับการศึกษาและการพัฒนาอย่างเท่าเทียม
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมได้เห็นความมุ่งมั่นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน ที่ร่วมกันพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือความทุ่มเทของคณะครูและความตั้งใจของนักเรียน ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตให้กับชุมชน และทำให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแห่งโอกาสของเด็ก ๆ ผมพร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มกำลัง และหากมีโอกาสก็ยินดีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป”
นอกจากนี้ เด็กและเยาวชนในพื้นที่ยังได้รับการถ่ายทอดความรู้พื้นฐานและเทคนิคการฝึกซ้อมกีฬามวยและกีฬาวอลเลย์บอล จากครูดาม ศรีจันทร์ และ“โส” โสรยา พรมหล้า นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมให้เยาวชนเห็นคุณค่าของการเล่นกีฬา ควบคู่กับการพัฒนาทักษะอย่างถูกต้องอีกด้วย






